ทัวร์อินเดีย, ธรรมหรรษาทัวร์ แอนด์ แทรเวล จำกัด, dhammahansatour 71/4 แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700 (ตั้งใกล้กับห้างเซนทรัลปิ่นเกล้า-ศาลศิวะ-ห้างเดอะเซ้นส์ปิ่นเกล้า) โทร 02-8845683-6, 081-9944790 แฟกซ์: 02-8845682 อีเมล: dhammahansa@yahoo.com เว็บไซต์ : www.dhammahansa.com
บริษัท ธรรมหรรษาทัวร์ แอนด์ แทรเวล จำกัด
ทัวร์อินเดีย, เที่ยวอินเดีย, ทัวร์สังเวชนียสถาน, ทัวร์แดนพุทธภูมิ, ไหว้พระอินเดีย, tourindia, travelindia,
เมนูหลัก
ประวัติความเป็นมา
ติดต่อสอบถาม
ทัวร์อินเดีย, เที่ยวอินเดีย, ธรรมหรรษาทัวร์, สังเวชนียสถาน
ส่วนงานที่เกี่ยวข้อง
แผนภูมิบริหารมูลนิธิวัดไทยฯ
สำนักงานใหญ่มูลนิธิวัดไทยโพธิวิหาร (Head Office Of Wat Thai Bodhivihara Trust
ศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติธรรมหรรษา (Dhammahansa International Meditation Center : BIMC.)
สถานปฏิบัติธรรมนานาชาติพุทธรามคาม (Buddharamkam International Meditation Center : DIMC.)
ศูนย์อำนวยการและอุปถัมภ์สร้างวัดไทยโพธิวิหาร กทม.
กองทุนบุญนิธิธรรมหรรษา
ธรรมหรรษาทีวี TV Online
รายการวิทยุธรรมหรรษา
รายการ TV สู่แดนพุทธภูมิ
ธรรมหรรษา TV ช่อง 8
ทัวร์อินเดีย, กฐินอินเดีย, ธรรมหรรษาทัวร์
กิจกรรมพิเศษ
งานสร้างวัดไทยโพธิวิหาร
งานอุปถัมภ์บริจาคสร้างวัด
งานก่อสร้างวัดไทยโพธิวิหหาร
รายงานประจำปี วัดไทยฯ
กฐินวัดไทยโพธิวิหาร
กฐินอินเดียแดนพุทธภูมิ
กฐินพุทธบูชาสามัคคี
กฐินอินเดีย 2562
โครงการปฏิบัติธรรม ณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์
พิธีสาธยายพระไตรปิฎก ณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์
สวดมนต์ข้ามปีที่อินเดีย
กองทุนพุทธธรรมคัมภีร์
ดาวน์โหลดหนังสือ
กิจกรรมสร้างบุญบารมี
กิจกรรมสังคมสงเคราะห์
คนดัง-คนสำคัญไปอินเดีย
วัตถุมงคลวัดไทยโพธิวิหาร
บริษัท ธรรมหรรษาทัวร์ แอนด์ แทรเวล จำกัด
ข้อมูลอินเดียแดนพุทธภูมิ
แผนที่แดนพุทธภูมิ
พุทธคยา
ราชคฤห์-นาลันทา
ปัตนะ
ไวสาลี
เกสริยา
กุสินารา
ลุมพินี
กบิลพัสดุ์
เทวทหะ
สาวัตถี
อโยธยา
สะสาราม
พาราณสี
สารนาถ
โกสัมพี
แคว้นกุรุ (เดลี)
สาญจีสถูป
อจันตา-เอโลร่า
สังกัสสนคร
แคว้นอวันตี
ทัชมาฮาล-อัคราฟอร์ต
ทัวร์อินเดีย, เที่ยวอินเดีย, ทัวร์สังเวชนียสถาน, ทัวร์พุทธภูมิ, ทัวร์พม่า, ทัวร์เนปาล, ทัวร์ศรีลังกา, ทัวร์บูโรพุทโธ,
ทัวร์แสวงบุญ
ทัวร์อินเดีย เนปาล พม่า 3 ประเทศ
ทัวร์อินเดีย เนปาล 4 ตำบล
อินเดีย-เนปาล แดนพุทธภูมิ
ทัวร์แสวงบุญ อินเดีย-เนปาล
ทัวร์สังเวชนียสถาน 4 ตำบล
กฐินอินเดียแดนพุทธภูมิ
กฐินพุทธบูชาสามัคคี
กฐินวัดไทยโพธิวิหาร
โครงการปฏิบัติธรรม ณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์
พิธีสาธยายพระไตรปิฎก ณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์
สวดมนต์ข้ามปีที่อินเดีย
ทัวร์แคชเมียร์-ทัวร์หิมาลัย
อินเดีย (เที่ยวทั่วอินเดีย)
เนปาล (เที่ยวหิมาลัย)
พม่า
ศรีลังกา
อินโดนีเซีย
ภูฏาน
ทัวร์พม่า, ทัวร์เนปาล, ทัวร์เวียดนาม, ทัวร์ลาว, ทัวร์อินโดนีเซีย, ทัวร์ญี่ปุ่น, ทัวร์เกาหลี, ทัวร์มาเลเซีย, ทัวร์สิงคโปร์, ทัวร์ภูฏาน
ทัวร์เที่ยวเอเชีย
พม่า
เชียงตุง-เมืองลา
อินโดนีเซีย
เนปาล
ลาว
กัมพูชา
เวียดนาม
มาเลเซีย
สิงคโปร์
จีน
ญีปุ่น
เกาหลี
ภูฏาน
บรูไน
มัลดีฟ
บริษัท ธรรมหรรษาทัวร์ แอนด์ แทรเวล จำกัด
ทัวร์เที่ยวทั่วโลก
ออสเตรเลีย
นิวซีแลนด์
อเมริกา
แคนนาดา
ออสเตรเลีย
อังกฤษ
สวิตเซอร์แลนด์
เยอรมัน
ฝรั่งเศส
อิตาลี
ยุโรปอื่นๆ
ทัวร์ปิดทองฝังลูกนิมิต 9 วัด, ทัวร์งานผูกพันธสีมา 9 วัด, ทัวร์บุญปิดทองนิมิต 9 วัด
ทัวร์ไทยในประเทศ
ทัวร์ปิดทองฝังลูกนิมิต 9 วัด
ทัวร์เขาคิชฌกูฎ-เขาสุกิม
ทัวร์ล่องเรือ
ทัวร์ถวายเทียนพรรษา 9 วัด
ทัวร์ทำบุญไหว้พระ 9 วัด
ทัวร์กินเจ
ทัวร์บั้งไฟพญานาค
ทัวร์เที่ยวเหนือ
ทัวร์เืที่ยวอีสาน
ทัวร์เที่ยวใต้
ทัวร์เที่ยวภาคกลาง
ธรรมหรรษาทัวร์
free counters
< 2020 - 03 >
อาพฤ
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    
แคว้นอวันตี (Avanti)



       แคว้นอวันตี (Avanti)
แคว้นอวันตี
กลุ่มพระชาวแคว้นอวันตี พระมหากัจจายนะ พระโสณกุฏิกัณณะ
กลุ่มพระต่างแคว้น
พระพาหิยะ พระปุณณะ พระทัพพะ พระรัฐบาล พระโสณโกฬิวิสะ พระมหากัปปินะ

แคว้นอวันตี
แคว้นอวันตี ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของเทือกเขาวินธัยหรือวินธยะ ทางใต้ของแคว้นมัจฉะ และทางตะวันตกของแคว้นวังสะ เทือกเขาวินธัย ถือเป็นแดนกำ หนดเขตที่เรียกกันว่า อินเดียตอนเหนือและอินเดียตอน ใต้ ผู้รู้ในปัจจุบันทั่วไปมีความเห็นว่า เขตของมัชฌิมประเทศแห่งชมพู ทวีปในสมัยพุทธกาล ด้านทิศใต้คงแค่จรดเทือกเขาวินธัยลงไป จึงจัด ว่าอยู่นอกเขตมัชฌิมประเทศ เขตแคว้นอวันตีเองก็มีส่วนที่นับเข้าไป ในปัจจันตชนบท
เทียบกับปัจจุบัน เขตของแคว้นอวันตี กล่าวอย่างคราวๆ ได้แก่ อาณาเขตในบริเวณจังหวัดอุชเชนี หรือุซไซน์ นิมาร์ตะวันตก อิน โดร์ และวิทิศา รวมกับอาณาเขตใกล้เคียงด้วย ทั้งหมดอยู่ในเขตรัฐมัธย ประเทศ ซึ่งมีโภปาล เป็นเมืองหลวง คัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา แคว้นอวันตีในสมัยพุทธกาลแบ่ง ออกเป็นสองส่วน คือเป็นอวันตีเหนือ ซึ่งมีอุชเชนี เป็นเมืองหลวง กับ อวันตีใต้หรืออวันติทิกขิณาปถะ มีเมืองหลวงชื่อมาหิสสติ หรือมาหิศมตี ตามที่เข้าใจแคว้นอวันตี มีเมืองชื่ออุชเชนี พระเจ้าจัณฑปัชโชติ เป็นผู้ ปกครองอุชเชนี ปัจจุบันได้แก่เมืองอุชเชน หรืออุชไชน์ ตั้งอยู่ริมฝั่ง แม่น้ำ สิปรา ส่วนมาหิสสตินั้น กล่าวว่าอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ นัมมทา หรือนรทา แต่ยังไม่มีความเห็นลงกันแน่นอนเกี่ยวกับที่ตั้งของเมือง อวันติทักขิณาปถะ บาลีจัมมักขันธกะ แห่งมหาวรรค วินัยปิฏก แสดงว่าอยู่ในเขตปัจจันตชนบท ปรารภเหตุถึงการผ่อนปรนข้อปฏิบัติ พระวินัย
ในสมัยพุทธกาล อวันตีเป็นราชอาณาจักรที่รุ่งเรืองยิ่ง พระเจ้า จัณฑปัชโชติทรงเป็นกษัตริย์ที่เข้มแข็งมาก พระองค์มีความสัมพันธ์กับ พระเจ้าพิมพิสาร แคว้นมคธ และพระเจ้าอุเทน เมืองโกสัมพี แคว้นวังสะ หลังพุทธกาล เข้าสู่ยุคอโศกมหาราช จักรพรรดิธรรมราชา
พ.ศ. ๒๑๔ (=329 BC; แต่ฝรั่งนับ=268 BC) สิ้นรัชกาลพระเจ้า พินทุสาร เจ้าชายอโศก ซึ่งเป็นอุปราชอยู่ที่กรุงอุชเชนี ในแคว้นอวันตี ดำ เนินการยึดอำ นาจโดยกำ จัดพี่น้อง ครองอำ นาจโดยยังไม่ได้อภิเษก อยู่ ๔ ปี
พ.ศ. ๒๑๘ (=325 BC; แต่ฝรั่งนับ=265 BC) พระเจ้าอโศก มหาราชราชาภิเษกแล้ว แผ่ขยายอาณาจักรออกไป จนได้แม้แต่แคว้น กลิงคะที่เข้มแข็งยิ่งยง กลายเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และมีดินแดน กว้างใหญ่ไพศาลที่สุดในประวัติศาสตร์ของอินเดีย

ประวัติพระมหากัจจายนเถระ
พระมหากัจจายนะ เป็นบุตรของพราหมณ์ตระกูลกัจจายนะ ผู้เป็น ปุโรหิตของพระเจ้าจัณฑปัชโชติ ในกรุงอุชเชนี เดิมท่านชื่อว่า “กัญจนะ” เรียนจบไตรเพท
พระเจ้าจัณฑปัชโชติ มีพระราชประสงค์จะกราบทูลอาราธนา พระพุทธองค์เสด็จสู่กรุงอุชเชนีของพระองค์บ้าง จึงรับสั่งให้ ปุโรหิตกัจจายนะไปกราบทูลอาราธนา กัจจายนะถือโอกาสกราบทูล ลาเพื่ออุปสมบทด้วย เมื่อทรงอนุญาตแล้วจึงพร้อมด้วยบริวารติดตาม อีก ๗ คน เดินทางไปเฝ้าพระบรมศาสดา เมื่อเดินทางไปถึงก็รับเข้าเฝ้า พระพุทธองค์ตรัสพระธรรมเทศนาให้ฟังและท่านทั้ง ๘ คนนั้น ก็ได้บรรลุ เป็นพระอรหันต์ แล้วกราบทูลขออุปสมบท
ได้กราบทูลอาราธนาพระบรมศาสดาเสด็จสู่กรุงอุชเชนี ตาม หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้เดินทางมา แต่พระบรมศาสดารับสั่งให้ท่าน ไปเองพระเจ้าจัณฑปัชโชติ และชาวเมืองก็จะเกิดศรัทธาเหมือนกัน พระ มหากัจจายนะ จึงกราบทูลลาพระบรมศาสดาพาภิกษุบริวารอีก ๗ องค์ นั้น เดินทางกลับสู่กรุงอุชเชนี ประกาศหลักธรรมคำ สอนในพุทธศาสนา ให้พระเจ้าจัณฑปัชโชติ และชาวเมืองได้สดับรับฟัง เกิดศรัทธาเลื่อมใส ทำ ให้พระพุทธศาสนาแผ่กระจายทั่วกรุงอุชเชนีแล้ว ท่านก็ได้เดินทาง กลับมาเฝ้าพระผู้มีพระภาคอีก
ท่านพระมหากัจจายนะ พักอาศัยอยู่ที่ภูเขาปวัตตะ แขวงเมือง กุรุรฆระในอวันตีทักขิณาปถชนบท ขณะนั้น มีอุบาสกคนหนึ่งชื่อว่า โสณกุฎิกัณณะ มีศรัทธาจะอุปสมบท แต่เนื่องจากในอวันตีชนบทนั้น มีพระภิกษุจำ นวนน้อย ไม่ครบเป็นคณปูรกะจำ นวน ๑๐ รูป (ทสวรรค) ตามพระบรมพุทธานุญาต ท่านจึงให้บรรพชาเป็นสามเณรอยู่นานถึง ๓ ปี กว่าจะได้อุปสมบท
และเมื่อท่านโสณกุฏิกัณณะได้อุปสมบทแล้ว ปรารถนาจะเข้า เฝ้าพระบรมศาสดา ได้กราบลาพระมหากัจจายนะ ก็อนุญาตพร้อมทั้ง สั่งให้ไปกราบทูลขอพระบรมพุทธานุญาต ให้พระพุทธองค์ทรงแก้ไขพุทธ บัญญัติ ๕ ข้อ ซึ่งไม่สะดวกแก่พระภิกษุผู้อยู่ในอวันตีชนบท คือ
๑) ในอวันตีชนบท มีพระภิกษุจำ นวนน้อย ขอให้พระผู้มีพระ- ภาคทรงอนุญาตการอุปสมบทด้วยคณะพระภิกษุน้อยกว่า ๑๐ รูปได้ข้อ นี้ พระพุทธองค์ทรงอนุญาตว่า “ดูก่อนภิกษุ เราอนุญาตการอุปสมบท ในปัจจันตชนบทด้วยคณะพระภิกษุ ๕ รูปได้”
๒) ในอวันตีชนบท มีพื้นดินขรุขระไม่เรียบไม่สม่ำ เสมอ ขอให้ พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้พระภิกษุในอวันตีชนบทสวมรองเท้ามี พื้นหลายชั้นได้ ข้อนี้ทรงอนุญาตว่า “ดูก่อนภิกษุ เราอนุญาตให้ภิกษุ สวมรองเท้ามีพื้นหลายชั้นในปัจจันตชนบทได้” ๓) ในอวันตีชนบท อากาศร้อน บุคคลต้องอาบน้ำ ทุกวัน ขอ พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้ภิกษุอาบน้ำ เป็นนิตย์ได้ข้อนี้ ทรงอนุญาต ว่า “ดูก่อนภิกษุ เราอนุญาตการอาบน้ำ ได้เป็นนิตย์แก่ภิกษุผู้อยู่ใน ปัจจันตชนบท”
๔) ในอวันตีชนบท มีเครื่องลาดที่ทำ ด้วยหนังมีหนังแพะ และ หนังแกะ เป็นต้น สมบูรณ์ดีเหมือนในมัชฌิมชนบท ขอพระพุทธองค์ ทรงอนุญาตเครื่องลาดทำ ด้วยหนังสัตว์ มีหนังแพะและหนังแกะ เป็นต้น เหล่านั้นเถิด ข้อนี้ ทรงอนุญาตว่า “ดูก่อนภิกษุ เราอนุญาตเครื่องลาดที่ ทำ ด้วยหนังสัตว์เหล่านั้น”
๕) ทายกทั้งหลาย มักจะถวายจีวรแก่ภิกษุผู้ที่ออกจากวัดไปแล้ว ด้วยสั่งไว้ว่า “ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอถวายจีวรผืนนี้แก่ภิกษุชื่อนี้” เมื่อเธอ กลับมาแล้ว ทายกได้นำ จีวรเข้าไปถวาย แต่เธอไม่ยอมรับด้วยเข้าใจว่า ผ้าผืนนี้เป็นนิสสัคคีย์ ข้อนี้ ทรงอนุญาตว่า “ดูก่อนภิกษุ เราอนุญาตให้ ภิกษุรับจีวรที่ทายกถวายลับหลังได้ ด้วยว่า ผ้ายังไม่ถึงมือเธอตราบใด จะถือว่าเธอมีสิทธิ์ในผ้าผืนนั้นเต็มที่ไม่ได้ตราบนั้น”
พระมหากัจจายนเถระ เป็นพระพุทธสาวก ที่มีสติปัญญาเฉลียว ฉลาดสามารถอธิบายธรรมที่ย่อให้พิสดาร ให้ผู้ฟังเกิดศรัทธาเลื่อมใสได้ โดยไม่ยาก ทั้งนี้เพราะส่วนหนึ่งท่านเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในปฏิสัมภิทา ๔ คือ
๑) อัตถปฏิสัมภิทา ผู้มีปัญญาแตกฉานในอรรถ สามารถอธิบาย ความย่อให้พิสดารได้
๒) ธัมมปฏิสัมภิทา ผู้มีปัญญาแตกฉานในธรรม สามารถถือ เอาความโดยย่อจากธรรมที่พิสดารได้
๓) นิรุตติปฏสัมภิทา ผู้มีปัญญาแตกฉานในนิรุตติ มีความ เชี่ยวชาญในภาษา สามารถพูดให้คนอื่นเลื่อมใสได้
๔) ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ผู้มีปัญญาแตกฉานในปฏิภาณมีไหวพริบ และปฏิภาณ สามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้
นอกจากนี้ยังมีพระธรรมเทศนาของท่านอีกหลายกัณฑ์ ที่พระ ธรรมสังคาหกาจารย์ ได้ยกขึ้นสู่สังคีติ คือการทำ สังคายนา ได้แก่:- ๑ ภัทเทกรัตตสูตร เป็นสูตรที่แสดงถึงเรื่องบุคคลผู้มีราตรีเดียว เจริญ คือ คนที่เวลาวันคืนหนึ่ง ๆ มีแต่ความดีงาม ความเจริญก้าวหน้า ได้แก่ ผู้ที่ไม่มัวครุ่นคิดถึงอดีต ไม่เพ้อฝันหวังอนาคต ใช้ปัญญาพิจารณา ให้เห็นแจ้งประจักษ์สิ่งที่เป็นปัจจุบัน ทำ ความดีเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยไป มี ความเพียรพยายามทำ กิจที่ควรทำ ตั้งแต่ในวันนี้

๒ มธุรสูตร เป็นสูตรที่ท่านแสดงแก่พระเจ้ามธุรราชอวันตีบุตร ในขณะที่ท่านพักอยู่ที่คุณธาวัน มธุรราชธานี สูตรนี้มีใจความแสดงถึง ความไม่แตกต่างกันของวรรณะ ๔ คือ กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ และ ศูทร วรรณะทั้ง ๔ นี้ แม้จะถือตัวอย่าง เหยียดหยามกันอย่างไร แต่ถ้า ทำ ดีก็ไปสู่ที่ดีเหมือนกันทั้งหมด ถ้าทำ ชั่วก็ต้องรับโทษไปอบายเหมือน กันทั้งหมดทุกวรรณะเสมอกัน
ในพระธรรมวินัย ออกบวชบำ เพ็ญสมณธรรมแล้ว ไม่เรียกว่า วรรณะอะไร แต่เป็นสมณะเหมือนกันทั้งหมด ที่พระเถระกล่าวสูตรนี้ ก็เพราะพระเจ้ามธุรราชอวันตีบุตร ถาม ปัญหากับท่านเกี่ยวกับเรื่องพราหมณ์ถือตัวว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และเกิดจาก พรหม ท่านจึงแก้ว่าไม่เป็นความจริงแล้วยกตัวอย่างเป็นข้อ ๆ ดังนี้
๑) ในวรรณะ ๔ เหล่านี้ วรรณะใดเป็นผู้ร่ำ รวย มั่งมีเงินทอง วรรณะ เดียวกัน และวรรณะอื่นย่อมเข้าไปหา ยอมเป็นบริวารของวรรณะนั้น
๒) วรรณะใดประพฤติอกุศลกรรมบถ เมื่อตายไป วรรณะนั้น ย่อมเข้าสู่อบายเสมอเหมือนกันทั้งหมด
๓) วรรณะใดประพฤติกุศลกรรมบถ เมื่อตายไป วรรณะนั้นย่อม เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์เหมือนกันทั้งหมด
๔) วรรณะใดทำ โจรกรรม ทำ ปรทาริกกรรม วรรณะนั้นต้องรับ ราชอาญาเหมือนกันทั้งหมด ไม่มียกเว้น
๕) วรรณะใดออกบวช ตั้งอยู่ในศีลในธรรม วรรณะนั้นย่อมได้รับ ความนับถือ การบำ รุง และการคุ้มครองรักษา เสมอเหมือนกันทั้งหมด เมื่อพระเถระแสดงเทศนามธุรสูตรจบลงแล้ว พระเจ้ามธุรราช ก็เกิด ศรัทธาเลื่อมใส ประกาศประองค์เป็นอุบาสกในพระพุทธศาสนา
พระมหากัจจายนเถระ เป็นผู้มีรูปร่างสง่างามผิวเหลือง ดุจ ทองคำ สะอาดผ่องใจ เป็นที่ต้องตาถูกใจแก่ผู้พบเห็นทั่วไป จนกระทั่ง มีเหตุการณ์วิปริตเกิดขึ้นแก่บุตรเศรษฐีคนหนึ่งในเมืองโสเรยยะ ชื่อว่า โสเรยยะ เหมือนชื่อเมือง ขณะที่เขานั่งบนยานพาหนะกับสหายเพื่อไป อาบน้ำ พร้อมกับบริวารทั้งหลาย ได้เห็นพระเถระกำ ลังยืนห่มจีวร เพื่อ เข้าไปบิณฑบาตในเมืองแล้วเกิดความพอใจ ในดวงจิตคิดอกุศลขึ้นว่า “งามจริงหนอ พระเถระรูปนี้ น่าจะเป็นภริยาของเรา หรือไม่ก็ขอให้ ภริยาของเรามีสีผิวกายเหมือนพระเถระนี้” ด้วยอกุศลจิตคิดเพียงเท่า นี้ ทำ ให้เพศชายของเขาหายไป กลายเป็นเพศหญิงไปทั้งร่างทำ ให้เขา อับอายเป็นอย่างมาก และโดยที่ไม่มีใครรู้เขารีบลงจากยานนั้นแล้วเดิน ตามกองเกวียนพ่อค้าไปยังเมืองตักสิลา และได้เป็นภริยาของลูกชาย เศรษฐีในเมืองนั้น อยู่ร่วมกันจนมีบุตร ๒ คน แต่เดิมทีที่เขาอยู่ในเมือง โสเรยยะนั้น เขาก็มีภริยาอยู่แล้วและมีบุตรด้วยกัน ๒ คน เช่นเดียว กัน จึงปรากฏว่าเขาเป็นทั้งพ่อและแม่ หรือเป็นทั้งผัวและเมียในชาติ เดียวกันนี้
ต่อมา พระมหากัจจายนเถระ จาริกมายังเมืองตักสิลา โสเรยยะ ทราบแล้วจึงเล่าเรื่องราวของตนที่ผ่านมาให้สามีฟัง แล้วพากันไปกราบ ขอขมาโทษต่อพระเถระ เมื่อท่านทราบเรื่องโดยตลอดแล้วก็ยกโทษให้ และเพศหญิงก็หายไปเพศชายปรากฏขึ้นมาเหมือนเดิม เขาเกิดศรัทธา เลื่อมใสในพระเถระเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งเห็นว่าตนเองเป็นคนแปลกคือ เป็นทั้งชายและหญิงในอัตภาพเดียวเท่านั้น และยังคิดว่าไม่ควรที่จะอยู่ ครองเพศฆราวาสต่อไป จึงมอบบุตรทั้ง ๔ คนให้บิดามารดาเลี้ยงดูต่อ ไป ส่วนตนเองได้ขอบวชในสำ นักพระเถระ และได้บรรลุเป็นพระอรหันต์
ในกาลต่อมาพระมหากัจจายนะ นอกจากจะมีเรื่องของโสเรย ยะแล้ว ยังมีเรื่องพระภิกษุเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เห็นพระเถระเดิน มาแต่ไกลแล้วก็พากันกล่าวว่า “พระบรมศาสดาของพวกเราเสด็จมา แล้ว” แล้วพากันทำ ความเคารพกราบไหว้ ทั้งนี้ก็เพราะท่านมีรูปลักษณ์ ละม้ายกับพระผู้มีพระภาคนั้นเองพระเถระพิจารณาเห็นโทษเช่นนี้แล้ว จึงอธิษฐานจิตเนรมิตรร่างกายของท่านให้เปลี่ยนแปลงผิดแปลกไปจาก เดิม ร่างกายที่เคยสง่างามก็ย่นย่อ ต่ำ เตี้ย ท้องป่อง หมดความสวยงาม ดังที่พุทธศาสนิกชนนิยมสร้างรูปท่านไว้เป็นที่สักการบูชาในทุกวันนี้
ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงแสดงภัทเทกรัตตสูตรแต่โดยย่อ พระภิกษุทั้งหลายไม่ได้โอกาสเพื่อจะกราบทูลถาม จึงพากันเข้าไปหา พระมหากัจจายนะ กราบอาราธนาให้ท่านได้เมตตาอธิบายขยายความ ให้ฟัง พระภิกษุเหล่านั้นพากันลาพระเถระแล้ว เข้าไปกราบทูลเนื้อความ ที่พระมหากัจจายนะ อธิบายไว้ให้พระพุทธองค์ทรงสดับพระผู้มีพระ ภาค ตรัสสรรเสริญพระเถระว่า “ภิกษุทั้งหลาย พระมหากัจจายนะ เป็น ผู้มีปัญญา เนื้อความนั้นถ้าพวกเธอถามตถาคต แม้ตถาคตก็จะอธิบาย อย่างนั้น เช่นกัน ขอพวกเธอจงจำ เนื้อความนั้นไว้เถิด”
เมื่อครั้งพระพุทธองค์ ประทับอยู่ ณ พระเชตะวันมหาวิหาร ทรง ตั้งพระมหากัจจายนะ ไว้ในตำ แหน่งเอตทัคคะ เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย ในฝ่าย ผู้อธิบายเนื้อความย่อให้พิสดาร ท่านพระมหากัจจายนเถระ ดำ รงอายุสังขารโดยสมควรแก่กาลเวลาแล้วก็ดับขันธปรินิพพาน

ประวัติพระโสณกุฎิกัณณเถระ
พระโสณกุฎิกัณณเถระ เป็นบุตรของอุบาสิกาชื่อว่า “กาฬี” ใน เมืองราชคฤห์ เดิมชื่อว่า “โสณะ” เพราะท่านชอบประดับหูของท่านด้วย เครื่องประดับมีมูลค่ามากถึง ๑ โกฎิ จึงได้นามว่า “กุฎิกัณณะ” เติมเข้า มาข้างหลังชื่อ ดังนั้นท่านจึงมีชื่อว่า “โสณกุฎิกัณณะ”
สมัยที่พระมหากัจจายนเถระ พักอาศัยอยู่ที่ภูเขาปวัตตะ แขวง เมืองกุรุรฆระ ในอวันตีทักขิณาปถชนบท มารดาของโสณกุฎิกัณณะ เป็นอุบาสิกาให้การบำ รุงอุปัฏฐากท่าน ฟังธรรมจากพระเถระอยู่บ่อยๆ แล้วเกิดศรัทธาแสดงตนเป็นอุบาสก
มีศรัทธาปรารถนาจะบวช แต่พระเถระได้แนะนำ ให้เขาปฏิบัติ ตนบำ เพ็ญกุศล ในเพศฆราวาสจะสะดวกกว่า เพราะชีวิตพระสงฆ์ต้อง ประพฤติพรหมจรรย์นั้นเป็นเรื่องยากลำ บาก ในที่สุดพระเถระก็ให้บวช เป็นสามเณร ไว้ก่อนเนื่องจากอวันตีทักขิณาปถชนบทนั้นหาภิกษุได้ยาก การบวชพระ จะต้องมีภิกษุร่วมประชุมสังฆกรรมให้การอุปสมบทอย่าง น้อย ๑๐ รูป เรียกว่า ทสวรรค ท่านจึงเป็นสามเณรอยู่นานถึง ๓ ปี กว่า จะอุปสมบทได้
ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ก็ได้สำ เร็จเป็นพระอรหันต์ ครั้นออก พรรษาแล้ว ท่านมีความประสงค์จะเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค เพราะท่าน ยังไม่เคยเห็นพระองค์เลย ท่านจึงกราบลาพระมหากัจจายนเถระ ผู้เป็น พระอุปัชฌาย์ พระเถระก็อนุญาต และได้ฝากความไปกราบทูลพระผู้ มีพระภาคเพื่อขอแก้ไขพระวินัยอันเป็นพุทธบัญญัติบางประการ ซึ่งไม่ สะดวกแก่พระสงฆ์ผู้อยู่ในเมืองกุรุรฆระ แคว้นอวันตีชนบาท รวมทั้งหมด ๕ ประการ เดินทางมาถึงพระเชตะวันมหาวิหารแล้ว เข้าเฝ้ากราบถวาย บังคมกราบทูลความตามที่พระอุปัชฌาย์สั่งมา เมื่อพระพุทธองค์ทรง สดับรับทราบความลำ บากของหมู่ภิกษุสงฆ์ ในชนบทแล้ว พระองค์ทรง ประทานอนุญาตตามที่ขอมานั้นทุกประการ
พระผู้มีพระภาค มีดำ รัสสั่งให้พระอานนท์เถระจัดสถานที่ ให้ ท่านพักค้างแรมในพระคันธกุฎีร่วมกับพระองค์ ในเวลาใกล้รุ่งของราตรี นั้น พระบรมศาสดารับสั่งให้ท่านแสดงธรรมให้พระองค์ได้สดับ พระ โสณกุฎิกัณณเถระ จึงน้อมรับสนองพุทธดำ รัสด้วยการแสดงพระสูตรอัน แสดงถึงวัตถุ ๘ ประการด้วยเสียงอันไพเราะ เมื่อจบเทศนาพระสูตรนั้น แล้ว พระพุทธองค์ตรัสอนุโมทนา สาธุการชมเชยในความสามารถของ ท่านและได้ทรงยกย่องท่านในตำ แหน่งเอตทัคคะ เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้ง หลาย ในทางผู้มีวาจาไพเราะ, ผู้แสดงธรรมด้วยถ้อยคำ ไพเราะ
ท่านพระโสณกุฎิกัณณเถระ พักอาศัยอยู่ในสำ นักของพระผู้มี พระภาค พอสมควรแก่เวลาแล้ว ได้กราบทูลลากลับมายังสำ นักของ พระมหากัจจายนเถระ ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ ในอวันตีชนบท กราบเรียน รายงานผลการเข้าเฝ้าให้ได้รับทราบทุกประการ และท่านยังได้แสดง เทศนาที่แสดงถวายพระพุทธองค์ให้ โดยมีมารดาของท่านรับฟัง เป็นการ เพิ่มพูนศรัทธาความเชื่อและปสาทะความเลื่อมใสแก่โยมมารดาของท่าน อีกด้วย
ท่านพระโสณกุฎิกัณณเถระ ดำ รงอายุสังขารช่วยกิจการพระ ศาสนาโดยสมควรแก่กาลเวลาแล้วก็ดับขันธปรินิพพาน
ธรรมหรรษา บริษัทธรรมหรรษาทัวร์ แอนด์ แทรเวล จำกัด dhammahansatour 71/4 แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700 (ตั้งใกล้กับสถานที่สำคัญ คือ ห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้า และ กระทรวงวัฒนธรรม) โทร 02-8845683-6, 081-9944790 แฟกซ์: 02-8845682 อีเมล: dhammahansa@yahoo.com เว็บไซต์ : www.dhammahansa.com
ธรรมหรรษาทัวร์ พัฒนาท่องเที่ยว วัดไทยโพธิ
Dhammahansa Tours & Travel Co., Ltd.
71/4 Borommaratchachonnani Road,
Bangkoknoi, Bangkok, 10700 Thailand.
TEL:(+66) 02-8845683-6 ,081-9944790 FAX: 02-8845682
E-mail: dhammahansa@hotmail.com E-mail: dhammahansa@yahoo.com
www.youtube.com/dhammahansa
www.dhammahansa.com
บริษัท ธรรมหรรษาทัวร์ แอนด์ แทรเวล จำกัด.
71/4 ถนนบรมราชชนนี แขวงอรุณอมรินทร์ .
เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700
(ตั้งใกล้กับสถานที่สำคัญ คือ เซ็นทรัลปิ่นเกล้า - กระทรวงวัฒนธรรม)
โทร 02-8845683-6, 081-9944790 แฟกซ์: 02-8845682
อีเมล: dhammahansa@yahoo.com
เว็บไซต์ : www.dhammahansa.com
Copyright © 2011 All Rights Reserved