ทัวร์อินเดีย, ธรรมหรรษาทัวร์ แอนด์ แทรเวล จำกัด, dhammahansatour 71/4 แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700 (ตั้งใกล้กับห้างเซนทรัลปิ่นเกล้า-ศาลศิวะ-ห้างเดอะเซ้นส์ปิ่นเกล้า) โทร 02-8845683-6, 081-9944790 แฟกซ์: 02-8845682 อีเมล: dhammahansa@yahoo.com เว็บไซต์ : www.dhammahansa.com
บริษัท ธรรมหรรษาทัวร์ แอนด์ แทรเวล จำกัด
ทัวร์อินเดีย, เที่ยวอินเดีย, ทัวร์สังเวชนียสถาน, ทัวร์แดนพุทธภูมิ, ไหว้พระอินเดีย, tourindia, travelindia,
เมนูหลัก
ประวัติความเป็นมา
ติดต่อสอบถาม
ทัวร์อินเดีย, เที่ยวอินเดีย, ธรรมหรรษาทัวร์, สังเวชนียสถาน
ส่วนงานที่เกี่ยวข้อง
แผนภูมิบริหารมูลนิธิวัดไทยฯ
สำนักงานใหญ่มูลนิธิวัดไทยโพธิวิหาร (Head Office Of Wat Thai Bodhivihara Trust
ศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติธรรมหรรษา (Dhammahansa International Meditation Center : BIMC.)
สถานปฏิบัติธรรมนานาชาติพุทธรามคาม (Buddharamkam International Meditation Center : DIMC.)
ศูนย์อำนวยการและอุปถัมภ์สร้างวัดไทยโพธิวิหาร กทม.
กองทุนบุญนิธิธรรมหรรษา
ธรรมหรรษาทีวี TV Online
รายการวิทยุธรรมหรรษา
รายการ TV สู่แดนพุทธภูมิ
ธรรมหรรษา TV ช่อง 8
ทัวร์อินเดีย, กฐินอินเดีย, ธรรมหรรษาทัวร์
กิจกรรมพิเศษ
งานสร้างวัดไทยโพธิวิหาร
งานอุปถัมภ์บริจาคสร้างวัด
งานก่อสร้างวัดไทยโพธิวิหหาร
รายงานประจำปี วัดไทยฯ
กฐินวัดไทยโพธิวิหาร
กฐินอินเดียแดนพุทธภูมิ
กฐินพุทธบูชาสามัคคี
กฐินอินเดีย 2562
โครงการปฏิบัติธรรม ณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์
พิธีสาธยายพระไตรปิฎก ณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์
สวดมนต์ข้ามปีที่อินเดีย
กองทุนพุทธธรรมคัมภีร์
ดาวน์โหลดหนังสือ
กิจกรรมสร้างบุญบารมี
กิจกรรมสังคมสงเคราะห์
คนดัง-คนสำคัญไปอินเดีย
วัตถุมงคลวัดไทยโพธิวิหาร
บริษัท ธรรมหรรษาทัวร์ แอนด์ แทรเวล จำกัด
ข้อมูลอินเดียแดนพุทธภูมิ
แผนที่แดนพุทธภูมิ
พุทธคยา
ราชคฤห์-นาลันทา
ปัตนะ
ไวสาลี
เกสริยา
กุสินารา
ลุมพินี
กบิลพัสดุ์
เทวทหะ
สาวัตถี
อโยธยา
สะสาราม
พาราณสี
สารนาถ
โกสัมพี
แคว้นกุรุ (เดลี)
สาญจีสถูป
อจันตา-เอโลร่า
สังกัสสนคร
แคว้นอวันตี
ทัชมาฮาล-อัคราฟอร์ต
ทัวร์อินเดีย, เที่ยวอินเดีย, ทัวร์สังเวชนียสถาน, ทัวร์พุทธภูมิ, ทัวร์พม่า, ทัวร์เนปาล, ทัวร์ศรีลังกา, ทัวร์บูโรพุทโธ,
ทัวร์แสวงบุญ
ทัวร์อินเดีย เนปาล พม่า 3 ประเทศ
ทัวร์อินเดีย เนปาล 4 ตำบล
อินเดีย-เนปาล แดนพุทธภูมิ
ทัวร์แสวงบุญ อินเดีย-เนปาล
ทัวร์สังเวชนียสถาน 4 ตำบล
กฐินอินเดียแดนพุทธภูมิ
กฐินพุทธบูชาสามัคคี
กฐินวัดไทยโพธิวิหาร
โครงการปฏิบัติธรรม ณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์
พิธีสาธยายพระไตรปิฎก ณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์
สวดมนต์ข้ามปีที่อินเดีย
ทัวร์แคชเมียร์-ทัวร์หิมาลัย
อินเดีย (เที่ยวทั่วอินเดีย)
เนปาล (เที่ยวหิมาลัย)
พม่า
ศรีลังกา
อินโดนีเซีย
ภูฏาน
ทัวร์พม่า, ทัวร์เนปาล, ทัวร์เวียดนาม, ทัวร์ลาว, ทัวร์อินโดนีเซีย, ทัวร์ญี่ปุ่น, ทัวร์เกาหลี, ทัวร์มาเลเซีย, ทัวร์สิงคโปร์, ทัวร์ภูฏาน
ทัวร์เที่ยวเอเชีย
พม่า
เชียงตุง-เมืองลา
อินโดนีเซีย
เนปาล
ลาว
กัมพูชา
เวียดนาม
มาเลเซีย
สิงคโปร์
จีน
ญีปุ่น
เกาหลี
ภูฏาน
บรูไน
มัลดีฟ
บริษัท ธรรมหรรษาทัวร์ แอนด์ แทรเวล จำกัด
ทัวร์เที่ยวทั่วโลก
ออสเตรเลีย
นิวซีแลนด์
อเมริกา
แคนนาดา
ออสเตรเลีย
อังกฤษ
สวิตเซอร์แลนด์
เยอรมัน
ฝรั่งเศส
อิตาลี
ยุโรปอื่นๆ
ทัวร์ปิดทองฝังลูกนิมิต 9 วัด, ทัวร์งานผูกพันธสีมา 9 วัด, ทัวร์บุญปิดทองนิมิต 9 วัด
ทัวร์ไทยในประเทศ
ทัวร์ปิดทองฝังลูกนิมิต 9 วัด
ทัวร์เขาคิชฌกูฎ-เขาสุกิม
ทัวร์ล่องเรือ
ทัวร์ถวายเทียนพรรษา 9 วัด
ทัวร์ทำบุญไหว้พระ 9 วัด
ทัวร์กินเจ
ทัวร์บั้งไฟพญานาค
ทัวร์เที่ยวเหนือ
ทัวร์เืที่ยวอีสาน
ทัวร์เที่ยวใต้
ทัวร์เที่ยวภาคกลาง
ธรรมหรรษาทัวร์
free counters
< 2020 - 02 >
อาพฤ
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
ทัวร์ปิดทอง ฝังลูกนิมิต ผูกพัทธสีมา 9 วัด ไปเช้า-เย็นกลับ วันเดียว เก็บเกี่ยวบุญ 9 วัด โดย ดร.เบิร์ต ธรรมหรรษาทัวร์ 081-9944790 - ร.ต.อ.หญิง สุวิมล ธรรมหรรษากุล (ผู้กองบี) 080-8899086 - คมสิทธิ์ พิศเพ็ง 086-6163451- อารีรักษ์ แซ่อึ้ง 086-9095895 และทีมงานธรรมหรรษาทัวร์ 02-8845683-6 มีวิทยากรบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับงานบุญผูกพัทธสีมา ปิดทองฝังลูกนิมิต และนำสวดคาถาบูชาพระอรหันต์ 8 ทิศ (ตามลูกนิมิต 8 ลูก+ใจกลางอุโบสถ 1 ลูก รวมเป็น 9 ลูก) และนำสวดคาถาป้องกันภัย 10 ทิศ รวม 9 จบ ครบ 9 วัด บริการอาหารเช้า (ข้าวกล่อง)+เครื่องดื่ม+เจ้าหน้าที่บริการ ตลอดทาง... ปี 2559 ถือว่าเป็นปีที่ 20 ที่ธรรมหรรษาทัวร์ ได้จัดโปรแกรมไปแสวงบุญงานปิดทองฝังลูกนิมิต 9 วัด แบบวันเดียวไปเช้า-เย็นกลับ จึงขอเชิญชวนท่านผู้สนในไปจาริกแสวงบุญกับเราชาวคณะ "ธรรมหรรษาทัวร์" ด้วยความยินดียิ่ง...

       วันเสาร์ 6 ก.พ. 2559 / วันอาทิตย์ 14 ก.พ. 2559
เส้นทางแสวงบุญ : กทม. – กาญจนบุรี - นครปฐม

1. วัดท่ามะกา/ท่ามะกา/กาญจนบุรี (6-14 ก.พ.)
2. วัดห้วยตะเคียน/ท่ามะกา/กาญจนบุรี (6-17 ก.พ.)
3. วัดพุบอน/เลาขวัญ/กาญจนบุรี (6-14 ก.พ.)
4. วัดคงคา/พนมทวน/กาญจนบุรี (4-16 ก.พ.)
5. วัดหนองจอก/พนมทวน/กาญจนบุรี (4-16 ก.พ.)
6. วัดหนองไม้เอื้อย/หนองปรือ/กาญจนบุรี (6-12 ก.พ.)
7. วัดหนองปลาไหล/หนองปรีอ/กาญจนบุรี (5-14 ก.พ.)
8. วัดหนองแกประชาสรรค์/หนองปรือ/กาญจนบุรี(6-12 ก.พ.)
9. วัดเขาพังเจริญผล/ไทรโยค/กาญจนบุรี (6-14 ก.พ.)
สำรอง : 1. วัดลำโพ/บางบัวทอง/นนทุบรี (4-15 ก.พ.)
2. วัดบัวขวัญ/เมือง/นนทุบรี (29 ม.ค.-16 ก.พ.)
3. วัดแหล่งทองพรหมสรฯ/เมือง/นครปฐม (7-15 ก.พ.)


       วันอาทิตย์ 7 ก.พ. 2559 / วันเสาร์ 13 ก.พ. 2559
เส้นทางแสวงบุญ : กทม.-สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม-ราชบุรี

1. วัดบางยาง/กระทุ่มแบน/สมุทรสุทรสาคร (6-14 ก.พ.)
2. วัดน้อยนางหงศ์/เมือง/สมุทรสาคร (6-14 ก.พ.)
3. วัดกระเซ้าขาว/เมือง/สมุทรสาคร (6-14 ก.พ.)
4. วัดลังกา/อัมพวา/สมุทรสงคราม (6-14 ก.พ.)
5. วัดทุ่งเศรษฐี/อัมพวา/สมุทรสงคราม (6-14 ก.พ.)
6. วัดเขาหมอนทอง/ปากท่อ/ราชบุรี (6-14 ก.พ.)
7. วัดท่ายาง/ปากท่อ/ราชบุรี (6-14 ก.พ.)
8. วัดศรีพุยางวนาราม/ปากท่อ/ราชบุรี (6-12 ก.พ.)
9. วัดถ้ำมงกุฎ/จอมบึง/ราชบุรี (6-14 ก.พ.)
สำรอง: 1.วัดห้วยทรายทอง/สวนผึ้ง/ราชบุรี (6-14 ก.พ.)
2. วัดแหล่งทองพรหมสรฯ/เมือง/นครปฐม (7-15 ก.พ.)
3. วัดบัวขวัญ/เมือง/นนทุบรี (29 ม.ค.-16 ก.พ.)


       วันตรุษจีน 8 ก.พ. 2559 (วันเดียว)
เส้นทางบุญ : กทม.-สมุทรปราการ-ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-ระยอง

1. วัดโสธรนิมิต/เมือง/สมุทรปราการ (6-17 ก.พ.)
2. วัดแสงธรรมบุราราม/เมือง/สมุทรปราการ (6-17 ก.พ.)
3. วัดบางผึ้ง/บางปะกง/ฉะเชิงเทรา (3-15 ก.พ.)
4. วัดหินกอง/ศรีราชา/ชลบุรี (6-14 ก.พ.)
5. วัดเนินแสนสุข/ศรีราชา/ชลบุรี (6-14 ก.พ.)
6. วัดสายสุคนธ์/บางละมุง/ชลบุรี (6-12 ก.พ.)
7. วัดคลองมคล/บ้านค่าย/ระยอง (6-14 ก.พ.)
8. วัดเทพนิมิตร/บ้านค่าย/ระยอง (6-14 ก.พ.)
9. วัดห้วยยาง/แกลง/ระยอง (6-14 ก.พ.)
สำรอง : 1. วัดบึงตากาด/วังจันทร์/ระยอง (5-13 ก.พ.)
2. วัดศรีประชาธรรม/เขาชะเมา/ระยอง (6-14 ก.พ.)
3. วัดสามแยกน้ำเป็น/เขาชะเมา/ระยอง (6-14 ก.พ.)


*** เวลา 06.00 น. รถทัวร์ปรับอากาศ ออกจากหน้าธรรมศาสตร์ สนามหลวง (ตรงป้ายรถเมล์ ด้านหน้าป้ายมหาลัย)
หรือ หน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ สนามหลวง
*** 21.00 น. กลับถึง กทม. พร้อมเก็บความทรงใจและความประทับใจ “ อิ่มบุญ อุ่นใจ ไปกับ ธรรมหรรษาทัวร์”
*** ราคา 600 บาท+อาหารเช้า+เครื่องดื่ม+เจ้าหน้าที่บริการ ตลอดการเดินทาง
วัดไทยโพธิวิหาร พุทธคยา อินเดีย
วัดไทยโพธิวิหาร พุทธคยา อินเดีย
วัดไทยโพธิวิหาร รายงานประจำปี พ.ศ. 2557-2558

วัดไทยโพธิวิหาร จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของอินเดียแล้ว เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2557 และได้เริ่มดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็น "ทรัสท์" หรือ "องค์กรการกุศล" มีรูปแบบการดำเนินงานเหมือนกับมูลนิธิ หรือสมาคม มีคณะกรรมการวัดฯ รวม 5 คน โดยมี พระครูวินัยธร กิตติพงษ์ จิตฺตคุตฺโต เป็นผู้อำนวยการ และ ดร.นิติกานต์ ธรรมหรรษากุล เป็นรองผู้อำนวยการ และกรรมการท้องถิ่นอินเดียอีก 3 คน
       เนื่องจากที่ดิน ณ บริเวณ พุทธคยา อันเป็นที่ตั้งของ "ต้นพระศรีมหาโพธิ์" ราคาที่ดินจะแพงมาก 1 ไร่ (ประมาณ 10-11 กะทะ) ราคาประมาณ 20-30 ล้านบาท เบื้องต้นทาง "คณะกรรมการวัดไทยโพธิวิหาร" ได้ซื้อที่ดินพร้อมตึกอาคาร 4 ชั้น จำนวน 45 ห้อง จัดทำเป็น "สำนักงานวัดไทยโพธิวิหาร" (โดย บริษัท ธรรมหรรษาทัวร์ฯ และคณะธรรมหรรษาจาริกแสวงบุญสู่แดนพุทธภูมิ ร่วมกันอุปถัมภ์จ่ายเงินเป็นค่ามัดจำตึกอาคารดังกล่าวแล้ว งบประมาณ 30,000,000 บาท (สามสิบล้านบาทถ้วน) เป็นที่ตั้งของ " สำนักงานวัดไทยโพธิวิหาร (สำนักงานชั่วคราว)" และเป็นที่พำนักอาศัยอยู่ปฏิบัติธรรมของคณะพระสงฆ์ (พรรษากาล พ.ศ.2558 มีพระสงฆ์จำพรรษา 8 รูป) แม่ชี และอุบาสกอุบาสิกา ผู้ปฏิบัติธรรม เพราะอยู่ห่างจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ ประมาณ 400-500 เมตร สามารถเดินทางไปสวดมนต์ เจริญสมาธิภาวนาได้ทุกวัน ปัจจุบันยังขาดปัจจัยอีก 22,000,000 บาท (ยี่สิบสองล้านบาทถ้วน) หากไม่ชำระหนี้ภายในเวลา 2 ปี จะถูกยึดเงินมัดจำคืน และพระภิกษุ แม่ชี ที่พำนักอาศัยอยู่จะไม่มีที่พัก ต้องถูกยึดที่ดินและตึกอาคาร 4 ชั้น คืนเจ้าของเดิมตามสัญญาที่ได้ทำกันไว้
       ฉะนั้น จึงบอกบุญมายังท่านผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมทำบุญสร้างบารมี เป็นเจ้าภาพร่วมทำบุญซื้อที่ดินและสร้างตึกอาคาร 4 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 25,000 ตารางฟุต ๆ ละ 1,000 บาท หรือทำบุญตามศรัทธา
       ติดต่อได้ที่ : พระครูวินัยธรกิตติพงษ์ จิตฺตคุตฺโต ประธานสงฆ์/ผู้อำนวยการสร้างวัดไทยโพธิวิหาร - พระธนกร สิริวฒฺฑโก กองงานเลขานุการ (อินเดีย) 0091+8002585553 - ดร.นิติกานต์ ธรรมหรรษากุล (ดร.เบิร์ต์ ธรรมหรรษาทัวร์) ประธานอำนวยการสร้าง ฝ่ายฆราวาส
       สถานที่ติดต่อ : ศูนย์ประสานงานสร้างวัดไทยโพธิวิหาร ตึกสำนักงานธรรมหรรษาทัวร์ ข้างเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า-ศาลพระศิวะ-หน้าห้างเดอะเซ้นส ์ปิ่นกล้า โทร.02-8845683-6, 081-9944790 Fax: 02-8845682 จึงขอเสนอรายงานประจำปี พ.ศ.2557-2558 ให้พุทธศาสนิกชนได้ทราบและร่วมอนุโมทนาบุญด้วย ดังต่อไปนี้...
*** ดาวน์โหลด/รายงานวัดไทยโพธิวิหาร *** ดาวน์โหลด/รายงานเจ้าภาพทำบุญทอดกฐิน ประจำปี พ.ศ. 2558 รออัดเดตข้อมูลใหม่
คลิกดูรายละเอียด
วัดไทยโพธิวิหาร : ขอเชิญท่านเศรษฐีใจบุญ นายทุนใจพระ เสียสละปัจจัย ร่วมทำบุญซื้อที่ดิน และตึกอาคาร สูง 4 ชั้น รวม 45 ห้อง ทางคณะกรรมการดำเนินการก่อสร้างฯ ได้ตกลงซื้อที่ดินพร้อมตึกอาคารดังกล่าวแล้ว และได้วางเงินมัดจำไปแล้วบางส่วน เพื่อสร้างเป็น " วัดไทยโพธิวิหาร " ณ พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ซึ่งวัดได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายอินเดียแล้ว ประเภทองค์กรการกุศล เหมือนกับมูลนิธิ หรือสมาคม ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2557 ซึ่งอาคารดังกล่าว มีบริเวณพื้นที่ประมาณ 25,000 ตารางฟุต ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 30,000,000 บาท (สามี่สิบล้านบาทถ้วน) จึงขอบอกบุญ..เป็นเจ้าภาพ ตารางฟุตละ 1,000 บาท หรือทำบุญตามกำลังศรัทธา ร่วมบุญได้ที่ พระครูวินัยธรกิตติพงษ์ จิตฺตคุตฺโต ประธานอำนวยการสร้างวัดไทยโพธิวิหาร ฝ่ายสงฆ์ - พระธนกร สิริวฒฺฑโก กองงานเลขานุการ (อินเดีย) 0091+8002585553 - ดร.นิติกานต์ ธรรมหรรษากุล (ดร.เบิร์ต์ ธรรมหรรษาทัวร์) ประธานอำนวยการสร้างวัดไทยโพธิวิหาร ฝ่ายฆราวาส *** สถานที่ติดต่อ: ศูนย์ประสานงานสร้างวัดไทยโพธิวิหาร : ตึกสำนักงานธรรมหรรษาทัวร์ ข้างเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า - ศาลศิวะ - หน้าห้างเดอะเซ้นส์ ปิ่นเกล้า - ติดกับถนนบรมราชชนนี เขตบางกอกน้อย กทม. โทร.02-8845683-6, 081-9944790 Fax: 02-8845682 ***คลิกดูรายละเอียด ***คลิกดูแผนที่ตั้งสำนักงาน
ดาวน์โหลด/รายละเอียดโปรแกรมทัวร์







ข้อมูลความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ "ฝังลูกนิมิต-ผูกพัทธสีมา"
       งานปิดทองฝังลูกนิมิต-ผูกสีมา : ที่เรียกกันว่า "งานปิดทองฝังลูกนิมิต ผูกพัทธสีมา" นั้น ความจริงเป็นงาน " ปิดทองฝังลูกนิมิต-ผูกสีมา " พัทธสีมา คือ สีมาที่ผูกแล้ว เพราะคำว่า "พัทธ" แปลว่า "ผูกแล้ว" เมื่อยังไม่ผูกก็ยังไม่เป็น "พัทธสีมา" ดังนั้น เราจึง "ผูกสีมา" ให้เป็นพัทธสีมา
       คำว่า "ผูก" ในที่นี้หมายความว่า "ตกลงกัน กำหนดกันไว้" การมีพัทธสีมา ด้วยการฝังลูกนิมิต-ผูกสีมา จึงมีความหมายสำคัญ เป็นการทำให้พระสงฆ์มีสถานที่ประกอบสังฆกรรม ดำเนินกิจการพระพุทธศาสนาได้โดยถูกต้องตามพระธรรมวินัย ทำให้วัดมีฐานะสมบูรณ์ และเป็นเครื่องแสดงว่าคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนาได้ประดิษฐานลง ณ ที่นั้นอย่างเป็นหลักฐานมั่นคงแล้ว
       สีมา เป็นภาษาบาลี แปลว่า "เขต" เมื่อมีการสร้างวัดขึ้นมา ต้องมีเขตที่สงฆ์มาประชุมทำงาน ส่วนที่เรียกว่า "สังฆกรรม" ซึ่ง สีมา หรือ เขต นั้น ต้องมีเครื่องหมายกำหนดไว้ คนอื่นจะได้รู้ด้วยว่าอยู่ในเขตหรือไม่ ขอบเขตนั้นแค่ไหน คำว่า "เครื่องหมาย" ในภาษาบาลี เรียกว่า "นิมิต"
       การผูกสีมา เป็นกิจกรรมสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพื่อให้พระสงฆ์มีเขตที่ประชุมที่จะทำสังฆกรรมต่างๆ ตามวินัยวางไว้ว่าจะต้องจุพระภิกษุไม่น้อยกว่า 21 รูป ตามประเพณีที่เป็นวิัวัฒนาการยุคหลัง นิยมผูกสีมา เฉพาะตัวสถานที่ที่จะใช้เป็นที่ประชุม คือ ที่ตัวอาคารอุโบสถ หรือโบสถ์ เมื่อใครเข้ามาในสีมาแล้ว ถ้าเป็นพระภิกษุต้องเข้าที่ประชุม ถ้าไม่เข้าก็ทำให้สังฆกรรมเป็นโมฆะ และระหว่างมีสังฆกรรมอยู่จะมีภิกษุอื่นเข้ามาในเขตไม่ได้ ถ้ามีต้องเข้าที่ประชุมหมด
       "นิมิต" คือ "เครื่องหมาย" : ลูกนิมิต เป็นลูกมีลักษณะกลมหลายขนาดทำด้วยหิน ใช้ฝังไว้เพื่อไม่ให้เคลื่อนที่ไปไหน กำหนดเป็นเขตพัทธสีมา ของแต่ละวัดที่เรียกว่า "อุโบสถ" วัดหนึ่งจะมีเพียงแห่งเดียว ใช้เป็นสถานที่ทำสังฆกรรม เช่น สวดพระปาติโมกข์ บวชพระ เมื่อสร้างเสร็จแล้วต้องได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา โดยมีพระบรมราชโองการ หรือรัฐบาลประกาศจัดสรรให้เป็นพิเศษ ตามพระธรรมวินัย ลูกนิมิตมี 8 ลูก กำหนดเขตแดน 8 ทิศ สิ้นสุดเขตวิสุงคามสีมา ต้องทำสังฆกรรมในเขตที่กำหนด
       ลูกนิมิต พระพุทธเจ้าได้ทรงอนุญาตวัตถุ 8 ชนิดให้ใช้เป็นนิมิต คือ ภูเขา ศิลา ป่าไม้ ต้นไม้ จอมปลวก หนทาง แม่น้ำ และ น้ำ ในปัจจุบันนี้นิยมกันลงตัวให้เอาศิลาเป็นนิมิต และนิยมก้อนศิลากลม จึงเรียก "ลูกนิมิต" และนิยมฝังลงในดินให้เคลื่อนที่ไม่ได้ จึงเรียก "ฝังลูกนิมิต" เมื่อกำหนดเขต (สีมา) ได้แล้ว และไ้ด้วัตถุที่เป็นนิมิตแล้ว คณะสงฆ์จะมาประชุมและตกลงกันว่า "เขตสีมาอยู่รอบบริเวณเท่านี้" โดยมีนิมิตซึ่งเป็นก้อนหินเหล่านี้เป็นเครื่องกำหนดเขต
       ลูกนิมิต นิยมให้มี 8 ทิศ เขตสีมาจะเป็นไปตามลูกนิมิตทั้ง 8 ลูกนั้น เมื่อดึงเส้นโยงจากลูกนิมิตลูกหนึ่งไปยังอีกลูกหนึ่ง จนครบ 8 ลูก รูปร่างสีมา คือ เขตสงฆ์นั้นจะปรากฎขึ้นมา ต่อมาได้เกิดประเพณีปฏิบัติในเชิงวัฒนธรรมขึ้นมา ให้เพิ่มเติมนิมิตอีกลูกหนึ่ง เป็นลูกที่ 9 อยู่ตรงกลาง เลยเรียกเป็นลูกประธาน ซึ่งไม่ได้กำหนดเขตอะไร ส่วนลูกจริง คือ ลูกที่อยู่ด้านข้างทั้ง 8 ลูก
       ดังนั้น เมื่อกล่าวโดยสรุป สิ่งที่ใช้เป็นเครื่องหมายกำหนดเขต เรียกตามภาษาบาลีว่า "นิิมิต" เขตที่ตกลงกันตามเครื่องหมายนั้น เรียกว่า "สีมา" ถ้าเป็นเขตที่พระสงฆ์ประุชุมกันลงมติกำหนดขึ้นเอง เรียก "พัทธสีมา" แปลว่า "สีมาที่คณะสงฆ์ผูกขึ้น" หรือ "สีมาที่คณะสงฆ์ผูกแล้ว"
       ใบสีมา นิมิตที่ใช้กำหนดเขตพัทธสีมา นิยมใช้ก้อนหินกลมขนาดพอสมควร ฝังลงในดิน และนิยมทำแผ่นหิน แผ่นอิฐ หรือ แผ่่นไม้ก่อวางไว้เหนือหลุม เพื่อเป็นที่สังเกตว่าลูกนิมิตอยู่ตรงนั้น จึงเรียกแผ่นหินเป็นต้นนั้นว่า "ใบสีมา" คณะสงฆ์จะดำเนินการกำหนดเขตพัทธสีมา โดยมาประชุมกันตกลงกำหนดเขตตามลูกนิมิตที่นำมาฝังลงในหลุม และประกาศความตกลงไว้เป็นหลักฐาน พิธีการนี้จึงเป็นสังฆกรรมที่มีชื่อเรียกว่า "การฝังลูกนิมิต-ผูกสีมา"
       วิสุงคาม คือ ที่ซึ่งพระเจ้าแผ่นดิน (พระราชาในฐานะเป็นประเทศราชอาณาจักร) หรือประธานาธิบดี (ผู้นำสูงสูดของประเทศในฐานะเป็นประเทศสาธารณรัฐ หรือระบบอื่นๆ) ได้แบ่งออกจากเขตบ้านเมือง พระราชทานให้เป็นสิทธิแก่ "ผู้ใดผู้หนึ่ง"
       วิสุงคามสีมา คือ เขตแดนของคณะสงฆ์ ซึ่งแยกต่างหากจากบ้านเมือง หรือ ดินแดนของพุทธจักรแยกต่างหากจากอาณาจักร โดยมีพระบรมราชโองการพระราชทานไว้ หรือ รัฐบาลประกาศจัดสรรให้ การพระราชทานที่ให้เป็นวิสุงคามสีมา ถือว่าเป็นธรรมเนียมที่มีการพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ตั้งวัด
       ฉะนั้น วิสุงคามสีมา มีความสำคัญทั้งในด้านวินัยและกฎหมาย การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เท่ากับเป็นการเลื่อนฐานะของวัด ทำให้ได้ประโยชนทางพระวินัย ที่จะได้มีการผูกสีมาเป็นที่ประกอบสังฆกรรม หากยังไม่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ก็ยังเป็นสำนักสงฆ์ คือ เป็นที่อยู่อาศัยของพระสงฆ์เท่านั้น เมื่อได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้ว พระสงฆ์ก็จะผูกสีมาลงภายในให้เป็นพัทธสีมาต่อไป ดังนั้น ต้องได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาก่อน จึงจะมีการฝังลูกนิมิตผูกสีมาได้
       การถอนสีมา ต้องทำก่อนผูกสีมา เพราะบางคราวปรากฎว่าสถานที่ที่จะผูกสีมาขึ้นใหม่ ไปทับคร่อม หรือ คาบเกี่ยว กับพัทธสีมาที่พระสงฆ์ชุดอื่น เคยประกาศกำหนดไว้ในอดีตเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว หรือหลายร้อยปี หรือพันปีล่วงมาแล้ว และอาจไม่มีร่องรอยเหลืออยู่บนพื้นดินเลย ถ้ามีการผูกสีมาทับลงไป ท่านวางหลักการตัดสินไว้ว่า ให้สีมาที่ผูกขึ้นมาใหม่ เป็นโมฆะ คือ ใช้ไม่ได้ วิธีแก้ไขกรณีเช่นนี้ ในพระธรรมวินัยกำหนดไว้ว่า เมื่อสงฆ์จะผูกสีมาใหม่ ให้ประุชุมกันลงมติประกาศยกเลิกถอนพัทธสีมาเก่าที่เคยตั้งอยู่ ณ สถานที่แห่งนั้นก่อน การประชุมสงฆ์ลงมติประกาศยกเลิกเพิกถอนพัทธสีมาเก่าเช่นนี้ เรียกง่ายๆ ว่า "การถอนสีมา"
       การปิดทองลูกนิมิต ไม่ใช่ส่วนของพุทธบัญญัติ แต่เป็นส่วนของวัฒนธรรมประเพณี กล่าวคือ กิจการทางพระพุทธศาสนา เราถือว่าเป็นเรื่องของพุทธบริษัททั้ง 4 แม้จะเป็นเรื่องของพระสงฆ์ก็เปิดโอกาสให้ญาติโยมคฤหัสถ์มีส่วนร่วม ด้วยเหตุนี้จึงเกิดประเพณีเพิ่มขึ้นมาในงานผูกสีมา ทำให้เกิดงานพิธีต่างๆ ตามมา
       การมีส่วนร่วมของชาวบ้านเรียกว่า "การทำบุญ" ฉะนั้น จึงมีประเพณีการทำบุญในการผูกสีมา และสิ่งที่ทำในงานนี้ชาวบ้านเห็นว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งลูกนิมิตก็กลายเป็นของศักดิ์สิทธิ์ จึงมีพิธีปิดทองลูกนิมิตตามมา
       สีมา กับ โบสถ์ : พระพุทธเจ้าทรงกำหนดเรื่องเขตทำสังฆกรรมที่พระสงฆ์ต้องมาร่วมประชุมกัน คือ สีมา หรือ เขต นี้ ไม่จำเป็นต้องมีอาคาร แต่พระพุทธองค์ทรงมีพุทธานุญาตให้มีตัวอาคารสำหรับเป็นที่ประชุมได้ เรียกว่า "โรงอุโบสถ" ซึ่งแปลมาจากคำบาลีว่า "อุโปสถัคคะ" หรือ อุโปสถาคาร
       อุโบสถไม่ใช่ชื่อสถานที่ แต่คือ สังฆกรรม หรือ งานส่วนรวมที่ต้องทำประจำอยู่เสมอ คือ การที่พระภิกษุไปประชุมกันทุกวันพระกลางเดือน และวันพระสิ้นเดือน (วันขึ้น/แรม 15 ค่ำ) เพื่อสวดพระปาฎิโมกข์ ซักซ้อมวินัย อาคารที่ทำอุโบสถ จึงเรียกว่า "โรงอุโบสถ" ต่อมาเรียกโรงอุโบสถสั้นลงเป็นอุโบสถ และเรียกให้สั้นและง่ายลงไปอีกจะเหลือแต่คำว่า "โบสถ์"
       วัด กับ สีมา : วัด คือ สถานที่ที่พระสงฆ์อยู่อาศัย และใช้เป็นศูนย์กลางการปฏิบัติศาสนกิจ ซึ่งได้แก่กิจการทั้งในหมู่พระสงฆ์เอง และที่เกี่ยวข้องกับประชาชน ชีวิตและการปฏิบัิติศาสนกิจของพระสงฆ์ เนื่องกันอยู่กับประชาชน จึงมิใช่พระสงฆ์ฝ่ายเดียวเท่านั้นที่ใช้วัด แม้ประชาชนก็ใช้วัดเป็นที่แสวงธรรมและประกอบกิจกรรมที่เป็นกุศลด้วย
       ที่อยู่อาศัยของพระสงฆ์ไม่ได้มีความหมายเหมือนบ้านเรือนซึ่งเป็นที่อยู่อาศํยของชาวบ้าน เพราะพระสงฆ์ไม่ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นสมบัติของตนเอง และการอยู่ไม่ใช่ความหมายหลัก แต่การปฏิบัติศาสนกิจต่างหากที่เป็นความหมายหลัก คือ อยู่อาศัยเป็นปัจจัยประกอบ เพื่อจะทำหน้าที่ของพระให้ได้ผลสมบูรณ์ ฉะนั้น วัดจึงเป็นสถานที่ที่พระสงฆ์ศึกษาเล่าเรียน ประพฤติปฏิบัติประกอบกิจกรรมตามพระธรรมวินัย และเผยแผ่อบรมสั่งสอนธรรมแก่ประชาชน
       พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แ่ละ ฉบับที่ 2 (แก้ไขเพิ่มเติม) พ.ศ.2535 ได้กำหนดสถานะของวัดไว้ว่า วัดมี 2 ประเภท คือ
(1) วัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา
(2) สำนักสงฆ์
       กล่าวโดยสรุปว่า ถ้ายังไม่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา จะเป็นเพียงสำนักสงฆ์ แม้จะตั้งขึ้นตามกฎหมายโดยมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วก็ตาม
       การปิดทองลูกนิมิต ผูกสีมา ถือเป็นการบูชาพระพุทธเจ้า และบูชาพระอรหันต์ 8 ทิศ และเป็นการบูชาพระนพเคราะห์ หรือเป็นการสะเดาะเคราะห์ ต่ออายุต่อดวงชะตา เสริมบารมี ต่อมาในระยะหลัง ท่านผู้รู้นักปราชญ์บัณฑิตจึงคิดประมวลเอาลูกนิมิตทั้ง 9 ลูก รอบๆ อุโบสถ เป็นมากุศโลบายให้คนได้ ทำบุญสร้างบารมี และต้องการให้สอนให้คนรู้จักบูชาพระพุทธเจ้า และพระอรหันต์ 8 ทิศ พร้อมๆ กับได้บูชาพระนพเคราะห์ โดยคิดหาเหตุผลโยงมาจับคู่กับลูกนิมิตทั้ง 9 ลูก



       ลูกนิมิต จึงถือกันว่าเป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระศาสดา และพระสาวกผู้เป็นพระอรหันต์ 8 ทิศ
เป็นการบูชาคุณของพระพุทธเจ้า และคุณของพระอรหันต์ 8 ทิศ
อีกทั้งเป็นการบูชาพระนพเคราะห์ เทวดาประจำวันเกิดอีกด้วย
ดังต่อไปนี้...
1. นิมิตลูกเอก เพื่อบูชาพระพุทธเจ้า และบูชาพระเกตุ อยู่ใจกลางอุโบสถ
2. ทิศบูรพา เพื่อบูชาพระอัญญาโกณฑัญญะ และบูชาพระจันทร์
3. ทิศอาคเนย์ เพื่อบูชาพระมหากัสสปะ และบูชาพระอังคาร
4. ทิศทักษิณ เพื่อบูชาพระสารีบุตร และบูชาพระพุธกลางวัน
5. ทิศหรดี เพื่อบูชาพระอุบาลี และบูชาพระเสาร์ (เวียนตามจักรราศี)
6. ทิศปัจจิม เพื่อบูชาพระอานนท์ และบูชาพระพฤหัสบดี
7. ทิศพายัพ เพื่อบูชาพระควัมปติ และบูชาพระราหู(พุธกลางคืน)
8. ทิศอุดร เพื่อบูชาพระมหาโมคคัลานะ และบูชาพระศุกร์
9. ทิศอิสาน เพื่อบูชาพระราหุล และบูชาพระอาทิตย์



       คำอธิษฐานจิต ในงานปิดทองฝังลูกนิมิต ผูกสีมา
         ขอเดชะ บุญทาน การกุศล
         ปิดนิมิต อุโบสถ ทศพล
         เริ่มลูกต้น กลางโบสถ์ โชติตระการ
       เป็นนิมิตลูกเอกเสกประสาท งามโอภาสมาศเฉลิมเสริมสันฐาน
เป็นนิมิตเตือนตาสาธุการ ท่ามกลางงานบุญพิธีผูกสีมา
       เกิดชาติหน้าอย่ารู้เข็นได้เป็นใหญ่ รูปวิไลเป็นเสน่ห์ดังเลขา
ปิดนิมิตลูกทิศบูรพา ให้ก้าวหน้าเกียรติยศปรากฎไกล
       ปิดนิมิตลูกทิศอาคเนย์ ขอให้เท-วาประสิทธิ์พิศภัย
ปิดนิมิตทิศทัก-ษิณศักดิชัย ให้สมใจสมบัติวัฒนา
       ปิดนิมิตลูกทิศหรดี ขอให้ชีวี-วิตมั่นชันษา
ปิดนิมิตทิศประจิมอิ่มอุรา ปรารถนาใดได้ดั่งใจปอง
       ปิดนิมิตทิศพายับดับทุกข์โศก นิราศโรคนิราศภัยร้ายทั้งผอง
ปิดนิมิตทิศอุดรกรประคอง ได้เงินทองสมหมายทุกประการ
       ปิดนิมิตทิศอิสานประการท้าย ให้สมหมาย ได้สุข ทุกสถาน
รวม "เก้า" ลูก สุกใสใจเบิกบาน กว่าจะถึงซึ่งนิพพาน..เมื่อนั้นเทอญ.



       สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ การให้ธรรมะเป็นทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง
รวบรวมและเรียบเรียง โดย ดร.นิติกานต์ ธรรมหรรษากุล
(ดร.เบิร์ต ธรรมหรรษาทัวร์) น.ธ.เอก, ป.ธ.6, พธ.บ., M.A., Ph.D.
ประธานกรรมการบริหารบริษัทฯ ในเครือ "ธรรมหรรษา"
ธรรมหรรษา บริษัทธรรมหรรษาทัวร์ แอนด์ แทรเวล จำกัด dhammahansatour 71/4 แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700 (ตั้งใกล้กับสถานที่สำคัญ คือ ห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้า และ กระทรวงวัฒนธรรม) โทร 02-8845683-6, 081-9944790 แฟกซ์: 02-8845682 อีเมล: dhammahansa@yahoo.com เว็บไซต์ : www.dhammahansa.com
ธรรมหรรษาทัวร์ พัฒนาท่องเที่ยว วัดไทยโพธิ
Dhammahansa Tours & Travel Co., Ltd.
71/4 Borommaratchachonnani Road,
Bangkoknoi, Bangkok, 10700 Thailand.
TEL:(+66) 02-8845683-6 ,081-9944790 FAX: 02-8845682
E-mail: dhammahansa@hotmail.com E-mail: dhammahansa@yahoo.com
www.youtube.com/dhammahansa
www.dhammahansa.com
บริษัท ธรรมหรรษาทัวร์ แอนด์ แทรเวล จำกัด.
71/4 ถนนบรมราชชนนี แขวงอรุณอมรินทร์ .
เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700
(ตั้งใกล้กับสถานที่สำคัญ คือ เซ็นทรัลปิ่นเกล้า - กระทรวงวัฒนธรรม)
โทร 02-8845683-6, 081-9944790 แฟกซ์: 02-8845682
อีเมล: dhammahansa@yahoo.com
เว็บไซต์ : www.dhammahansa.com
Copyright © 2011 All Rights Reserved